[VD]Neither gaze nor glance

posted on 15 Feb 2012 22:08 by iamnotguilty

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

Eugene 001 :: Neither gaze nor glance

.

.

.

 

 

ยูจีนดับเครื่องยนต์ทันทีที่เห็นหยดฝนตกลงกระทบกระจกรถ  สายฝนปรอยจากท้องฟ้าที่จำกัดอยู่ในบริเวณเดียวที่เขาเห็นเมื่อเกือบครึ่งชั่วโมงก่อน อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร

บ้านใหม่ของเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองชื้นฝนนี่

หลังจากเดินทางมาไกลกว่าครึ่งโลก  ชายหนุ่มไม่คิดว่าสุดท้ายตัวเองจะต้องมาอาศัยอยู่ในที่ที่มีสภาพอากาศไม่ต่างจากเกาะสุมาตรา  ยิ่งพยายามเพ่งสายตาสำรวจจุดหมายปลายทาง เงาร่างของกลุ่มอาคารผ่านม่านฝน เขายิ่งคิดถึงแสงแดดอ่อนๆ อากาศเย็นๆ บนเทือกเขาทางยุโรปตะวันออก

เจ้าตัวนึกขำกับอาการปฏิเสธความจริงขั้นสุดท้ายของตัวเอง

ทั้งที่เขาไม่ใช่พวกรังเกียจการเปลี่ยนแปลง ตลอดหลายปีมานี้เขาไม่ได้ใช้ความรู้สึก’ส่วนตัว’ ในการเลือกที่ที่ตนจะอยู่  ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเขากำลังทำอะไร ....เหมือนกันกับคราวนี้ 

คงเพราะสายฝนที่ทำให้อดถอนใจไม่ได้ 

นี่ไม่ใช่การมาเยือนครั้งแรก  ที่จริงมันมีขึ้นเมื่อสามวันก่อนหลังจากเชคอินโรงแรมแอนลิงก์  เขาขับรถคันใหม่ที่เคยอยากได้เมื่อนานมาแล้ว เข้ามาสำรวจที่ทางในเวนเลส

ผลจากการสำรวจนั้นออกมาไม่ดีนัก  เขาหยุดอยู่เพียงแค่ป้อมยามเล็กๆ หน้าทางเข้าเขต  ลงท้ายที่บทสนทนายืดยาวกับยามหนุ่มที่ประจำอยู่ที่นั่น

....ซึ่งผู้มาเยือนแทบเป็นฝ่ายผูกขาดการสนทนาทั้งหมด

'กัสปาร์' เขาเชื่อว่าเป็นชื่อนี้ เป็นคู่สนทนาที่น่าเบื่อพอใช้ได้  อย่างเดียวที่เขาพอใจในตัวชายคนนี้อยู่บ้างคือ อีกฝ่ายดูท่าทางสนใจชีวิตในจอมอนิเตอร์ 

คล้ายกันกับเขา ...ชอบการเฝ้าดู...

 

++++++++++++++

++++++++++++++

 

วันที่ N เดือน M ปี YYYY

 

“ผมไม่รู้จะต้องเริ่มเล่าจากตรงไหนดีว่ะ  แต่ที่แน่ๆ คือผมคงต้องเล่าให้ใครฟังสักคน ไม่งั้นแม่งผมคงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

"............................."

“ก็ใช่...ตอนนั้นผมคิดอย่างนั้น ก็เลยแบบว่าระบายลงบลอกน่ะ  มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวนะรู้ไหม ฮึย ตำรวจอย่างพวกคุณไม่รู้จักคำว่าส่วนตัวสินะ  ใครบอกว่าที่นี่เป็นประเทศแห่งสิทธิเสรีภาพ ”

"............................."

“ไม่ๆ โอเค ผมจะปิดปากเรื่องสิทธิส่วนบุคคล  โอเค โอเค” 

“ที่จริงแล้วน่ะนะ มาเรียน่ะ  สาวผมดำที่อยู่ตึกตรงข้าม  ไม่ได้บังเอิญขนาดห้องเราจะตรงข้ามกันพอดีหรอกนะ  แต่ถ้ามีกล้องส่องทางไกลมันก็ช่วยได้ โอเค๊  เธอย้ายเข้ามาอยู่ได้สามสี่เดือนแล้วมั้ง  ไม่เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวหรอก  ไม่ใช่เธอไม่คุยกับผมนะ แต่เรียกว่าเวลาที่เราว่างไม่ตรงกันอีกต่างหาก  แต่ขอบอกว่าผมจำเธอได้ตั้งแต่วันแรกท้ายเข้ามาเลยนะ  หรือไม่งั้นก็ไม่แรกเสียทีเดียวก็ได้ แต่มันแรกๆ น่ะ เอ่อ   เข้าใจใช่ไหม?   ทำไมถึงจำได้เหรอ?   ก็มีคนเอากันให้ดูตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา...หรือวันแรกๆ ที่ผมเห็นก็ได้ แล้วแต่คุณจะบอกว่างั้นก็ได้  คุณจะจำได้ไหมล่ะ  เอาหัวเป็นประกันเลยใครๆ ก็จำได้”

"............................."

“ก็ผู้ชายแบบที่สาวๆ น่าจะมีได้แหละ ไม่ใช่พวกไอ้แก่หัวงูพุ้งพลุ้ยหรอก  มาอาทิตย์ละครั้งได้”  

"............................."

“คุณนักสืบคิดว่าเธอจะเป็นเมียเก็บใครที่ไหนเหรอ   ผมไม่เชื่ออ่ะ  คุณรู้ไหมป้าเจ้าของตึกแกไม่เคยชอบหน้าสาวๆ ที่ไหนหรอก ดูเถอะคนที่อยู่ที่ตึกนั่นมีแต่สาวแก่เทื้อทั้งนั้น”

".............   ................"

“ก็สูงหกฟุต ผมบลอนด์...น้ำตาล  แต่งตัวเหมือนแมงดา  แก้ผ้าแล้วดูเหมือนพวกพี่ล่ำคุมผับ  จำมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ  ผมไม่ใช่พวกโรคจิตชอบแอบดูตัวผู้ด้วยกันเองแก้ผ้าหรอก  จริงๆ นะ   ยะ...อย่ามองกันอย่างนั้นสิ”

 "..........................."

“ใช่  วันนั้นหมอนั่นก็อยู่ด้วย  มั่นใจสิ ....... มันเดินมาเรียกผมที่หน้าต่าง.......ไม่ใช่ผมไม่ได้ยิน  ไม่มีอะไรแบบนั้น  แต่มันบอกได้จากท่าทางไง”

“ผมไม่ได้คิดไปเองคุณตำรวจ  จริงๆ ถ้าคุณกำลังคิดว่าเธอไม่ได้ฆ่าตัวตายเองแน่ๆ ฆาตกรก็ต้องเป็นไอ้หมอนั่น”

+++++++

"............................."

“แม่หนูเป็นผู้หญิงทีน่ารักเชียวคุณ อิชั้นยังห่วงว่าจะมาอยู่คนเดียวเลยหาห้องดีๆ ให้เธอไป  น่าเสียดายจริ๊ง  ยังสาวยังแส้แท้ๆ”

"............................."

“อ๋อ  คุณคงหมายถึงเรย์มอนด์  เป็นคนหนุ่มที่น่ารักเหมือนกัน  ทุกครั้งที่แวะมาเขาจะทักทายฉันเสมอค่ะ  ขี้เล่นนิดๆ แต่ก็ยังสุภาพ มีน้ำใจกับคนแก่อย่างอิชั้น  ไฟตรงทางเดินก็ได้เขาช่วยเปลี่ยนให้เหมือนกัน   แหม  อยากมีหลานแบบนี้จริงๆ เลย”

"............................."

“ใช่ค่ะ ใช่  เราคุยกันบ่อยมาก ม๊ากจริงๆ นะคะ  ทั้งลมฟ้าอากาศ  เรื่องข่าวแก๊งค์ต้มตุ๋นน่ากลัวที่เคยดังอยู่พักนึงเอย   เรย์มอนด์ถึงกับยอมบอกสูตรทาร์ตแบบฝรั่งเศสสูตรของยายเขาให้ฉันด้วย  แล้วอะไรรู้ไหม  ฉันต้องยอมรับเลยค่ะว่าสูตรเขาดีจริงๆ”

"............................."

“โอ...ไม่เลย  ไม่รบกวนเลยค่ะ  ถ้าอยากถามอะไรถามได้เลย ฉันยินดีที่จะช่วยมากๆ”

"............................."

“อ๋อๆๆ  ใช่แล้วเรย์ชอบเพลงแจ๊สมากๆ  ตายจริงเรื่องสำคัญแบบนี้ฉันก็เกือบจะลืมไปแล้ว”

“ทำไมจะจำไม่ได้กัน  เป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาเชียวล่ะค่ะคุณ .. มีคำถามอะไรอีกไหม คุณสุภาพบุรุษ?”

"............................."

"....................."

“โอ..คุณพระ  คุณไม่ควรสงสัยอะไรในตัวเขาเลย  แน่นอน ฉันก็ไม่เคยสงสัย  ไม่ค่ะ ทำไมน่ะหรือ?”

“เพราะเขาช่างดูแสนดีเหลือเกิน  ฉันจะไปคิดว่าคนแบบนี้เป็นฆาตกรได้ยังไง"   

....

.......                                                                     

 

ไม่มีอะไรเป็นประโยชน์นัก  ไม่ได้รูปพรรณสัณฐานที่ชัดเจน ทั้งจากเพื่อนบ้าน กล้องวงจรปิด

ไม่มีอะไรยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตายเอง   สาเหตุการตายคือเสพยาเกินขนาด  แต่ไม่มีประวัติติดยาเสพติด หลักฐานเป็นเข็มฉีดยาเปล่า  ไม่มีรอยนิ้วมือของคนอื่นนอกจากของผู้ตาย  ไม่มีร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่มีการต่อสู้ขัดขืน  ไม่มีจดหมายลา  ไม่มีครอบครัว....

 

รายละเอียดทั้งหมดถูกอ่านซ้ำอีกสองครั้ง  นายตำรวจหนุ่มบอกปฏิเสธโดนัทจากเพื่อนร่วมงานเพื่ออ่านมันเป็นครั้งที่สามด้วยซ้ำ

ซึ่งไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลยนอกจาก ข้อสรุปในใจที่ชัดเจนกว่าเดิม

.

.

.

.

บางครั้งคนเราก็เพียงแค่ตายจากไป 

ไม่มีประโยชน์ ที่จะถามหาเหตุผลไม่ว่ามันจะมีหรือไม่ก็ตาม

 

++++++++++++++

++++++++++++++

 

เขาจำชายคนนี้ได้ ... นายหน้าขายบ้านที่เจอในแอนลิ้งก์ 

ยูจีนพยายามเรียกความทรงจำเมื่อหลายวันก่อนระหว่างเขากับ “แฮริส” เขาเชื่อว่าน่าจะเป็นชื่อนี้   ร่างสูงผอม  แก้มตอบ ท่าทางเหมือนหนูในขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวเดินตัวลีบอยู่ใต้ร่มสีดำ พยายามอย่างมากจนแทบดูน่าขบขัน เพื่อไม่ให้โค้ทสีเดียวกันเปียกฝน

 

เจ้าตัวสะดุ้งพร้อมร้องอุทานออกมาสุดเสียง เพียงเพราะยูจีนวางมือลงบนไหล่เป็นการทักทาย  ไม่มีคำขอโทษแม้แฮริสจะพร่ำกล่าวว่าเขาตกใจมากแค่ไหน  และไม่ทันสังเกตเลยว่ายูจีนเข้ามาในตัวอาคารตั้งแต่เมื่อไหร่

“ผมอยู่ข้างหลังคุณ” 

คำตอบทำให้นายหน้าผู้ที่ท่าทางเหมือนสัปเหร่อมากกว่าชะงักไปครู่นึง  ก่อนพยายามหัวเราะไปกับมุกตลกเหมือนที่ทำเวลาไปพบเพื่อนเก่าในงานคืนสู่เหย้า

ต่างตรงที่มันเป็นข้อเท็จจริง ลูกค้าของเขาไม่ได้พยายามทำตัวตลกแต่อย่างใด 

.

.

.

ในขณะที่กำลังฟังแฮริส ผู้ซื่อตรงต่ออาชีพบรรยายถึงส่วนต่างๆ ของห้องสุดท้ายที่ชั้นบนสุดของอาคาร  ‘คุณเฟรเชทท์’ ตามที่เขาได้รับการแนะนำกับคนดูแลอาคาร  กลับให้ความใส่ใจกับวิวมุมสูงที่ริมหน้าต่างมากกว่า  และเสียดายขึ้นมานิดๆ ที่เวนเลสไม่มีตึกสูงระเกะระกะเหมือนเมืองใหญ่ที่เขาจากมา 

ชายหนุ่มตอบตามตรงเมื่อนายหน้าของเขาละลาบละล้วงถาม...  ทิวทัศน์จากนอกหน้าต่างชวนให้คิดถึงอะไรบ้างหรือเปล่า

ใช่  ..เขาตอบ  คิดถึงเคยมีผู้ชายคนนึงชอบใช้กล้องส่องทางไกลแอบดูชาวบ้านจากตึกฝั่งตรงข้าม  มันน่าเหงาอยู่น้อยเมื่อไหร่ที่คงหาคนแบบนั้นไม่ได้อีกในเวนเลสนี่  ...อย่างน้อยก็เพราะไม่มีสถานที่ที่น่าจะมองเห็นห้องนี่ได้อย่างชัดเจน

ฝนทำให้คนก้มหน้าก้มตากันไปซะหมด  น่าเสียดาย ...ชายหนุ่มพึมพำซ้ำๆ  เริ่มเข้าสู่การเจรจาสัญญาเช่าซื้อด้วยตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายได้แต่อึกอักอับจนคำพูด  

ร่างผอมในสูทตัวหลวมผ่อนลมหายใจยาวเมื่อสัญญาถูกลงนามเรียบร้อยแล้ว  เขามองข้ามความลังเลก่อนการจรดปากกาลงบนกระดาษของชายหนุ่มไปเหมือนมองข้ามครบโคลนเล็กๆ ที่ขากางเกง  นั่นถือเป็นเรื่องปกติอันเกิดขึ้นได้อยู่เสมอในงานของเขา  แฮริสนับปึกธนบัตรที่ได้รับมาพร้อมกล่าวถึงผับ บาร์ และสถานที่เที่ยวอีกมากมายที่กระตุ้นให้เวนเลสดูมีชีวิตขึ้นมา.... พนันได้เลยว่าคุณต้องไม่มีเบื่อแน่ๆ

 

ยูจีนยิ้ม...  

....รอยยิ้มไม่ได้เกิดจาก ผับ บาร์  หรือความคิดที่ว่าเขาจะเที่ยวได้ไม่มีเบื่อ

....รอยยิ้มเกิดจากใครคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองฟ้าฉ่ำฝน 

....รอยยิ้มเกิดจากดวงตาของเขาทั้งสองพบกันและใครคนนั้นสบตาเขานิ่ง  เหมือนไม่มีใครทำแบบนี้มานานแสนนาน  ทั้งที่ระยะห่างดูไกลเกินกว่าจะเป็นไปได้ ..แต่เขามั่นใจในสิ่งที่เห็นเหลือเกิน

...ยูจีนเกือบเสียดายที่ในที่สุดคนแปลกหน้าก็ถอนสายตาหนีไป

เสียดายจังหวะเวลาสั้นๆ นั้น เพราะนั่นทำให้หัวใจเขาเต้นโลดแรงขึ้น  ความกังวลเดียวที่เขามีก่อนจะมาที่นี่คือ แม้เวนเลสอาจจะเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เขารอดตาย  แต่มันอาจไม่ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตอีกก็เป็นได้

 

เพราะฉะนั้นรอยยิ้มจึงเกิดจากความยินดี....

.

.

.

แฮริสกลับไปนานแล้ว   เจ้าของห้องพักจินตนาการได้ถึงท่าทางของอีกฝ่ายใต้ร่มสีดำคันเดิม รวมไปถึงสิ่งที่ 'อาจจะ'  เกิดขึ้นเขา   ยูจีนปิดเปลือกตาลงหวังให้ภาพความคิดของตนปรากฏชัดขึ้นอีก

ชัดพอจะทำให้บางอย่างในตัวเขาขยับไหว...แต่ไม่ได้ผล

ชายหนุ่มเปิดเปลือกตา กระซิบบอกตัวเองแผ่วเบา

 

....น่าเสียดาย....


=============

 

 ปล. ของอิฉัน

--  ไม่ได้เขียนครึ่งปี เบาๆ  ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องจะย่อให้ฟังนะคะ

-- หนึ่ง  ยูจีนย้ายเข้าเมืองค่ะ   สอง ยูจีนก็หนีอะไรมาเหมือนคนหลายคนในเมืองค่ะ 

-- /โดนตบหลายที เพราะเรื่องไม่มีอะไรเล้ย แล้วยังจะมาย่อ

-- บอกอีกนิดก็ได้ หมีว่ายูจีนเป็นพวก adrenaline junkie หน่อยๆ อ่ะ (มั้ง)  แค่นี้แหละค่ะ

-- ไม่น่าเชื่อว่าไม่ได้เขียนนาเป็นปี  ตลอดปีมานี้ฉันทำแค่ธีสิสกับเลี้ยงน้อง แล้วก็ทะเลาะกับน้องอีกคนงั้นหรือ /ช็อกกุ

--  รู้สึกว่าธีมมันเละเทะ  เพราะงั้นต้องเปลี่ยนธีมใหม่ค่ะ